ออแพร์ของเรา

ออแพร์ของคัลเจอรัล แคร์ ออแพร์เดินทางจาก 25 ประเทศทั่วโลกมาอาศัยอยู่กับโฮสแฟมิลี่ตามรัฐต่างๆ ทั่วทุกมุมในอเมริกา   ออแพร์ทุกคนต่างเริ่มต้นการผจญภัยของตัวเองเพราะอยากพัฒนาภาษาอังกฤษ อยากโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอเมริกันโดยการอาศัยอยู่กับโฮสแฟมิลี่

ประสบการณ์ของออแพร์แต่ละคนแตกต่างกัน โครงการออแพร์ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณเท่านั้น แต่มันยังทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นด้วย ลองดูด้วยตัวคุณเองและลองทำความรู้จักกับออแพร์เหล่านี้ที่จะบอกเล่าว่าพวกเขามีประสบการณ์ดีๆ อะไรบ้างขณะเข้าร่วมโครงการ

เรื่องราวของออแพร์

Pu Nutthanan

ปูเป็นออแพร์ 2 ปี จบโครงการตอนเดือนกุมภา 2017 ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการออแพร์เพราะว่าอยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ และก้าวออกมาจากความกลัวในหลายๆ สิ่งที่เราไม่คิดว่าจะทำได้ อย่างเรื่องภาษาอังกฤษ ก่อนสมัครโครงการเราไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษเลย เลยโทรถามคัลเจอร์รัลแคร์ก่อน แต่เรื่องที่กังวลต่อจากภาษาคือ เราจะหาโฮสได้มั้ย จะหายากมั้ยเพราะเราเป็นทอม อายุก็จะ 26 ใกล้เกินลิมิตแล้ว หลังจากติดต่อโครงการก็ได้รับการตอบรับ การช่วยเหลือและได้รับคำแนะนำจากพี่ๆ เป็นอย่างดี คำถามแรกที่ถามตอนติดต่อโครงการคือ “พี่หนูเป็นเพศที่สาม สมัครได้มั้ย” ตลกมาก ไม่รู้ว่าถามอะไรไป หลังจากนั้นพี่ๆ ก็ให้ฝึกภาษาผ่านสไกป์ และก็ได้เพื่อนออแพร์อีกคนช่วยพาไปแฮงค์เอ้ากับเพื่อนฝรั่ง สุดท้ายก็ได้แมชกะโฮส เป็นคู่เลสเบี้ยน เด็กผู้ชาย 2 คน ตอนไปถึงน้องอายุ 6เดือนกับ 2.5 ขวบ ตอนที่ได้คุยกับโฮสครั้งแรกตื่นเต้นมาก เพราะเราไม่คิดว่าจะเจอแฟมิลี่ที่เป็นเลสเบี้ยน ถือว่าเป็นการเปิดโลกใหม่ของเราเลยก็ว่าได้ ตอนนั้นภาษาก็ยังไม่แข็งแรงเท่าไหร่ แต่ก็เอาตัวรอดมาได้ ตอนแรกก็ไม่ค่อยกล้าคุยกะโฮส แต่เวลาไม่เข้าใจก็ถามโฮส โฮสก็ช่วยสอนภาษา สนุกและเข้าใจง่ายกว่าเรียนในคลาส ESL เยอะ ทุกวันนี้ก็ยังถามโฮสอยู่กิจกรรมที่ทำกะโฮสส่วนใหญ่จะเป็นแคมป์ปิ้ง ไฮค์กิ้ง ที่ชอบที่สุดคือไปแคมป์ปิ้งที่ Arches National Park, UTAH

ขอบคุณโครงการที่ช่วยทำให้เราได้มีโอกาสเรียนรู้และเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ หลักๆ ของเราก็คงจะเป็นการที่เราได้เรียนรู้ความหมายใหม่ของคำว่า “ครอบครัว” ไม่จำเป็นจะต้องมีแค่พ่อแม่ แต่ทุกคนสามารถมีครอบครัวที่แตกต่างกันไป บางครอบครัวมีพ่อแม่ลูก, บางครอบครัวมีตายาย, บางครอบครัวพ่อสองคน, บางครอบครัวมีแม่สองคน , บางครอบครัวมีลุงกับป้า แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของการมีครอบครัวคือ “ความรัก”

Por Papatsorn

สวัสดีค่ะชื่อจริง ปภัสสร ชื่อเล่น ปอ ค่ะ

ปัจจุบันเป็นพยาบาลอยู่ โรงพยาบาลเอกชนแถวพระราม2 ก่อนไปก็เป็นพยาบาลแต่อยู่อีกโรงพยาบาลนึงนะค่ะ กว่าจะไปลังเลตัดสินใจอยู่เป็นปีเหมือนกันเพราะ ไม่เคยไปเมืองนอกเลยและเป็นคนค่อนข้างขี้กลัว

แต่เมื่อคิดมาดีแล้วบวกกับได้คำปรึกษาและกำลังใจจากพี่ๆในcultural care ที่ดีมาโดยตลอด จึงรวบรวมความกล้าและตั้งใจทำประวัติและเริ่มสไกด์คุยกับโฮสแฟมมิลี่ประมาณ2-3 เดือน จากนั้นก็แมชกับครอบครัวอเมริกันที่ดีและน่ารักมากๆครอบครัวหนึ่งใน Atlanta,GA 

ต้องบอกก่อนเลยว่า ไม่เคยรู้จักเมืองนี้เลยแต่เซ้นส์ส่วนตัวของเราสัมผัสได้ว่าเราอยู่กับเค้าได้และพร้อมที่จะปรับตัว

เดินทางไปอเมริกาเดือน ตค ปี 2557

ตั้งใจไว้ว่าจะอยู่ 1 ปี สิ่งนึงที่ตั้งใจมากๆก่อนไปอยู่แล้วและบอกกับตัวเองตลอดคือ อยากเรียนรู้และพร้อมจะปรับตัว บอกกับตัวเองเลยว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็คือประสบการณ์และเราจะต้องอยู่ให้ได้จนจบโครงการตามความตั้งใจ

ดังนั้นเมื่อเกิดเรื่องที่ค้างคาใจหรือไม่สบายใจเราเลือกที่จะคุยกับโฮสแฟมมิลี่ตรงๆแบบมีเหตุผลและไม่ใช้อารมณ์ 

ตลอด 1 ปีที่อยู่กับโฮสมาเราเข้าใจและอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขดีจะมีเรื่องเดียวที่ทำให้เราไม่คุยกันและทำให้โฮสเสียใจนั่นคือเรา ไม่อยู่ต่อปี2 มันเป็นช่วงเวลาที่เศร้าและผ่านไปลำบากพอสมควรเพราะ เราอยู่ด้วยกันเหมือนคนในครอบครัวเดียวกันมาตลอด 1 ปีแต่เรารู้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว แต่เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่งและเก็บไว้เป็นความจำความประทับใจที่ดี long last forever....

สำหรับเรื่องการปรับตัวเราเชื่อว่า การที่จะทำให้เข้าใจตรงกันและทราบถึงความต้องการของอีกฝ่ายคือการเปิดใจคุยกันนั่นและเรากับโฮสก็ทำเช่นนั้นมาโดยตลอด

เราเลี้ยงน้องคนเดียวชื่อว่า Sophie เริ่มเลี้ยงตอนน้อง 3 เดือน ตารางเวลาของเราจะค่อนข้างfix เหมือนกันทุกอาทิตย์ เราไม่มีปัญหาเรื่องตารางงานแต่ถ้าอยากไปค้างบ้านเพื่อนหรือต้องไปต่างรัฐแล้วจะกลับมาทำงานช่วงวันเสาร์เย็น(โฮสไปดินเนอร์ทุกอาทิตย์) ก็ต้องบอกให้โฮสรู้ก่อน

หรือไม่ว่าจะไปไหนทำอะไรกับใครยังไง โฮสก็จะชอบให้เราเล่าให้ฟัง บางทีเราก็รู้สึกอึดอัดแต่อีกมุมนึงคือ เค้าเป็นห่วงเรามาก เค้าคือครอบครัวเราอีกครอบครัวที่อยู่ที่อเมริกา เค้าจึงเป็นห่วงเราเหมือนคนในครอบครัว

โฮสจะชอบให้เราเล่าให้หังว่าแต่ละวันหยุดเราไปทำอะไรและได้อะไร 

ตอนแรกๆบอกตรงๆว่าเบื่อเพราะเรารู้สึกว่าเหมือนเด็ก แต่ทุกการกระทำของโฮสมีเหตุผลและเรามาตระหนักได้เองว่า การที่โฮสให้เราเล่าชวนเราคุยก็เท่ากับเราได้ฝึกภาษาอังกฤษเพราะช่วงวัยของน้องที่เราเลี้ยงยังสื่อสารเป็นคำพูดไม่ได้และโฮสทำให้เรารู้สึกอบอุ่นไม่เหงามากเนื่องจากถามไถ่เป็นห่วงเราตลอดจริงๆ 

โฮสไม่เคยห้ามเรื่องการไปเที่ยวรัฐต่างๆในอเมริกาของเราเลยเพราะเค้ารู้ว่า เราไม่เคยเที่ยวต่างประเทศและอเมริกากว้างใหญ่มีความหลากหลายให้เราได้เรียนรู้และไปถ่ายรูปสวยๆคู่กับแลนมาร์คต่างๆ 

สุดท้ายเราอยากจะขอบคุณทุกๆอย่างที่เราได้ไปใช้ชีวิตที่อเมริกา เราว่าเราได้อะไรเยอะมากจริงๆ

ขอบคุณทุกคนที่นั่นครอบครัวอุปถัมภ์ เพื่อนคนไทยและเพื่อนต่างชาติและ my best friend "Sophie" 

Benchamas Waikham

เหตุผลที่เลือกที่จะมาเป็นออแพร์ที่อเมริกาเพราะอยากจะหาประสบการณ์ใหม่ๆ และพัฒนาภาษาอังกฤษให้ดีขึ้น ออแพร์เป็นโปรแกรมที่คิดว่าเราสามารถไปด้วยตัวเองได้ไม่มีค่าใช้จ่ายมากมายจนเกินไป ได้อยู่กับครอบครัวอเมริกันน่าจะดีกับการพัฒนาภาษา  ก่อนที่จะเลือกไปกลับ Cultural Care Au Pair ต้องบอกก่อนว่าเบญรู้จักโครงการนี้มาจากเพื่อนตอนที่ยังเรียนปีสุดท้าย เลยหาข้อมูลจากเว็ปไซต์ของธัญญ่า อ่านทุกอย่างในนั้น และเริ่มสมัครกับเอเจนซี่แห่งหนึ่งสอบวัดภาษาอังกฤษและดำเนินการทำเอกสารจากการไปฝึกเก็บชั่วโมงเลี้ยงเด็กจนเรียบร้อย แต่ช่วงนั้นเรียนปีสุดท้ายเรียนหนักเลยทำเอกสารช้า และจากที่เสียเงินค่าสมัครไปทางเอเจนก็ไม่เคยโทรหาถามความคืบหน้า เลยตัดสินไม่ทำต่อแล้วผ่านมาปีกว่ามุ่งหน้าหาโฮสต์เองได้โฮสต์ที่เดนมาร์ก แต่วีซ่าโดนปฎิเสธเพราะภาษาไม่ดีและเรียนสูงไปเสียใจมาก เเต่ไม่เลิกล้มความตั้งใจ กลับมาเปิดเว็ปธัญญ่าอีกครั้งเพื่ออ่านข่าวคราว เห็นประกาศว่าคัลเจอรัลแคร์พึ่งกลับมาเปิดใหม่โดยไม่ใช้เอเจน แรงใจฮึดอีกรอบ สมัครผ่านเว็ปไปวันเดียวเสียงหวานๆๆ ก็โทรมาทักทายฮ่าๆๆ พี่แจนนั่นเอง ติดต่อเรื่องสมัคร อบรม สัมภาษณ์ รู้สึกดีหลังจากสมัคร พี่เค้าดูแลดีโทรหาแทบทุกวัน ช่วยทุกอย่าง ปรึกษากันทุกเรื่อง ใช้เวลาทำเอกสารประมาณสองอาทิตย์และออนไลน์ภายในหนึ่งวัน วันที่สองก็มีโฮสต์มาวิว เช้าวันที่สามก็โทรมาแต่เป็นออแพร์ของโฮสต์ที่เป็นคนไทย ใช้เวลาคุยและถามสองวันจนได้ทุกข้อสงสัยครบรู้ว่าเร็วไปแต่ในเมื่อเราถามสิ่งที่ต้องการครบและบอกทุกเรื่องที่เราทำได้และไม่ได้เค้าและเราก็ได้ตกลงแมชท์ อาทิตย์ที่มาถึงที่นี่ก็ได้เข้าเทรนและอบรมที่นิวยอร์คก่อนบินมาบ้านโฮสที่รัฐอิลลินอยร์ เบญบินมาคนเดียวเหงามาก ภาษาก็ไม่ดีเท่าเพื่อนจากชาติอื่นแต่เพื่อนก็พยายามเข้ามาพูดมาทักทาย วันแรกที่ไปถึงบ้านโฮสต์เด็กๆ ตื่นเต้นแย่งกันพูดพาชมรอบบ้าน รู้สึกดีขึ้นกับความเหงา คิดถึงบ้าน  ครอบครัวโฮสต์เป็นอเมริกันแท้ทั้งคู่ เด็กๆ สี่คนต้องดูแล โฮสต์แดดกับโฮสมัมดีมากดูแลเราเหมือนลูกและโฮสต์มัมก็เป็น LCC ด้วยเลยเข้าใจปัญหาของออแพร์ ปรึกษาได้ทุกเรื่อง แม้จะต้องดูแลเด็กถึงสี่คน ที่อาจจะหนักบ้าง ดื้อบ้างตามวัยของเด็ก แต่อยู่ได้แบบไม่อึดอัดใจเพราะรู้ว่าความหมายของออแพร์คือเรา และไม่ลืมความตั้งใจว่ามาอเมริกาเผื่ออะไร การทำหน้าที่ออแพร์แต่ละวัน ก็จะเตรียมเด็กๆ ไปโรงเรียน หากิจกรรมทำกันทุกวัน เด็กคนไหนดื้อมากก็ทามร์เอาท์บ้างและสอนว่าอะไรผิดอะไรถูกบ้าง การอยู่เลี้ยงเด็กอเมริกันค่อนข้างแตกต่างกับเด็กไทยมาก เค้าเป็นตัวของตัวเองสูง ต้องใช้เหตุผลเป็นหลัก ระงับอารมณ์ให้ได้ อยากให้ทุกคนเข้าใจความหมายคำว่า ออแพร์จริงๆ แล้วคืออะไร จะได้ไม่มีปัญหาเมื่อต้องมาใช้ชีวิตร่วมกับอีกครอบครัวที่แตกต่างทั้งภาษาและวัฒนธรรม แน่นอนว่าคงไม่สบายเหมือนอยู่ที่บ้านของเราเอง ขอให้ทุกคนโชคดีค่ะ

Porrapat

ปอจ้า เป็นออแพร์ ที่แมรี่แลนด์ เลี้ยงเด็ก 2 คน โฮสดีกับปอมากๆ ใส่ใจถามตลอดว่ามีอะไรให้ช่วยไหม  ส่วนเด็กๆ ก็น่ารักมากๆ ค่ะ แรกๆก็ไม่ไว้ใจปอ แต่ตอนหลังติดกันแจเลย หน้าที่หลักๆ ของปอที่ทำในแต่ละวันก็คือสอนน้องคนโตเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนเข้าโรงเรียนค่ะ เพราะน้องอยู่บ้านไม่ได้ไป Day Care แล้วก็ดูน้องคนเล็กพาไปนอน ป้อนนม ป้อนข้าว เตรียมข้ าวให้ทั้ง 2 คนค่ะ น้องเลี้ยงง่ายค่ะ คนเล็กให้นอนก็นอน น่ารักมาก ให้กินก็กินเก่ง อารมณ์ดีด้วย ที่ีสำคัญโฮสบ้านนี้ชอบทำกับข้าวกินกันเอง รู็จักกันมากขึ้น ประสบการณ์ที่อเมริกาครั้งนี้เป็นที่สุดของปอแล้ว ขอบคุณนะคะพี่ๆคัลเจอรัลแคร์ ที่ให้โอกาสดีๆแบบนี้กับปอ

ลงทะเบียนเบื้องต้น ตารางสัมมนา